อาเซียน -อินไซด์แคมปัส

  อาเซียน -อินไซด์แคมปัส

“10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น..10 ตาเห็นไม่เท่ามือคลำ” ถ้าคนยุคนี้ก็จะต่อท้ายประโยคว่า 10 มือคลำไม่เท่าลงมือกระทำเอง และนั่นเป็นเหตุผลที่กลุ่มนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ริเริ่มจัดงานประชุมนิสิต นักศึกษาอาเซียน หรือ “2012 ASEAN Student Forum (ASF)” เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องอาเซียนในกลุ่มนิสิตนักศึกษาด้วยกัน โดยทีมงาน ASF ได้คัดเลือกนิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั้งในประเทศและจากประเทศสมาชิกอาเซียน จำนวน 60 คน เข้าร่วมการประชุมที่จะจัดขึ้นเป็นพิเศษระหว่างวันที่ 12-16 พ.ย. 2555 ภายใต้งานจุฬาฯ วิชาการ ประจำปี 2555

“น.ส.พิณไพเราะ ธีรเนตร” หรือ “พิณ” ประธานจัดงานจุฬาฯ วิชาการ และตัวแทนทีมงาน ASF กล่าวว่า ทุกวันนี้ นิสิตนักศึกษาจะรู้ว่าประชาคมอาเซียน หมายถึงองค์การระหว่างประเทศระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชาติสมาชิก 10 ประเทศ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในนั้น แต่นั่นเป็นเพียงความเข้าใจถึงองค์ประกอบพื้นฐานของความเป็นอาเซียน ซึ่งแท้จริงแล้วทุกคนน่าจะได้เข้าใจถึงการมีจิตสำนึกในความเป็นอาเซียนด้วย ดังนั้นหัวข้อการจัดประชุมครั้งนี้จึงใช้ชื่อว่า ’หลอมรวมความต่าง สร้างสำนึกอาเซียน“ หรือ Molding the ASEAN Mind ซึ่งเรื่องของจิตสำนึกความเป็นอาเซียนนั้น แม้จะดูเป็นนามธรรม แต่มันมีความสำคัญ เพราะการรวมตัวกันของอาเซียน ไม่ใช่แค่ความร่วมมือในระดับนโยบายหรือระดับชาติ นอกจากนี้ผลของการรวมตัวกันทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของประชากร คนไทยจะได้สัมผัสกับคนต่างชาติมากขึ้น ทั้งในเรื่องภาษา วัฒนธรรมต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจกันให้มากขึ้นด้วย

“ดีใจที่ได้ร่วมจัดงานประชุมครั้งนี้ เพราะในขั้นตอนการประสานงาน ตั้งแต่เริ่มประกาศรับสมัคร ติดต่อสื่อสารกันข้ามประเทศ ก็ทำให้สตาฟฟ์ในทีมซึ่งเป็นนิสิตจุฬาฯ ได้เรียนรู้ถึงคาแรกเตอร์ของคนในแต่ละประเทศว่าเป็นอย่างไร คนบางชาติก็ขี้เกรงใจ บางชาติก็โอเพ่นมาก ซึ่งการลงมือปฏิบัติแล้วได้เจอคนจริง ๆ แบบนี้ ทำให้เราเข้าใจเขาได้มากขึ้น เมื่อเข้าใจกันแล้ว เราก็จะรู้จักการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้ดีขึ้น เพราะเข้าใจเหตุผลในการปฏิบัติของแต่ละชาติ และประเด็นเหล่านี้ก็สำคัญไม่แพ้องค์ประกอบอื่น ๆ ของความเป็นอาเซียน คือ ทุกอย่างต้องมีสมดุล ไม่ใช่แค่การรวมตัวกันด้านกายภาพ แต่ต้องมีด้านจิตใจ และหลายส่วนประกอบจึงจะพัฒนาร่วมกันไปได้”

น้องพิณ เล่าว่า ทีมงาน ASF ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายเพื่อนฝูงและคณาจารย์ให้เยาวชนในชาติสมาชิกเขียนเรียงความเพื่อสมัครเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ผลปรากฏว่ามีเสียงตอบรับอย่างดี จำนวนผู้สมัครเข้ามามากถึง 700 คน จุดนี้ทำให้ยิ่งรู้ว่าเด็กเยาวชนชาติอื่น ๆ ตื่นตัวเรื่องอาเซียนกันมาก แถมยังมีความรู้รอบตัวในเรื่องความเคลื่อนไหวสำคัญ ๆ ของโลกด้วย คือ พวกเขาไม่ได้รู้แค่เท่าที่เรียนในห้องเท่านั้น เราจึงอยากให้เยาวชนหรือคนในชาติไทยได้เห็นว่าชาติอื่น ๆ เขาเป็นอย่างไรกัน แล้วให้นำจุดนั้นมาปรับใช้เป็นแรงผลักให้เราเกิดการพัฒนาตัวเองให้รอบรู้มากขึ้น เพราะเรื่องนี้สำคัญมากในฐานะที่เราต่างก็เป็นประชากรอาเซียนคนหนึ่งเหมือนกัน