รอบรู้เรื่อง .... มะเร็ง

มะเร็งเป็นโรคที่เป็นสาเหตุการตายอันอับต้น ๆ ของคนไทยเรา นักวิชาการด้านอาหารและโภชนาการพยายามศึกษาในห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุการเกิดมะเร็ง แต่ก็ยังไม่สามารถกาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ ขณะนี้สรุปได้เพียงว่าปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งประกอบด้วยพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และอาหาร


อาหารมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งอย่างเห็นได้ชัดเจน ในการประชุมโภชนาการนานาชาติ ครั้งที่ 19 ที่สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา มีการอภิปรายในหัวข้อโภชนาการ วิถีชีวิตและโรคมะเร็ง ยุทธวิธีในการแยกแยะอาหารสำหรับบุคคล การเลือกสารอาหารเพื่อป้องกัน โรคมะเร็ง โดย ดร.จอห์น มิลเนอร์  จากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข ประเทศสหรัฐอเมริกา หนึ่งในวิทยากรที่ร่วมอภิปรายกล่าวว่า โรคมะเร็งยังเป็นโรคที่เสี่ยงต่อสุขภาพที่สำคัญมาก และยังพบว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งมีเพิ่มขึ้นทุกวัยทั่วโลก ซึ่งมาจาก 3 เหตุผล คือประชากรมีอายุยืนขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง เพราะโรคจะเกิดในผู้สูงวัยมากกว่า ภาวะความอ้วนและปัจจัยเรื่องแวดล้อม จึงจำเป็นต้องกายุทธวิธีในการป้องกันโรคมะเร็ง โดยเฉพาะใช้หลักทางโภชนาการ เป็นที่ยอมรับและทราบกันว่าประโยชน์ของการมีวิถีชีวิตอย่างมีสุขภาพที่ดีกว่าขึ้นอยู่กับสังคมและเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ที่เราจะลดมะเร็งได้ถึงร้อยละ 40 และสามารถลดการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือดและโรคเบาหวานได้ถึงร้อยละ 80 โดยการเลือกวิถีชีวิตที่ดีที่เหมาะสม ประมาณร้อยละ 30 ของโรคมะเร็งสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตร้อยละ 35 เกิดจากบุหรี่ร้อยละ 30 เกิดจากพฤติกรรมการบริโภค มะเร็งส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม แต่มีความสัมพันธ์กับการบริโภคอาหารและปัจจัยสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ


จากข้อมูลข้างต้นทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าอาหารมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับโรคมะเร็ง และอาหารเป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้มากกว่าปัจจัยอื่น ๆ ดังนั้นการรู้จักเลือกกิน อาหารเพื่อหลีกเลี่ยงหรือห่างไกลมะเร็งจึงเป็นสิ่งที่คนเราต้องเรียนรู้และปฎิบัติให้ถูกต้อง เพราะอาหารที่ไม่ปลอดภัย เช่น อาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อรา เช้น ถั่วป่น พริกป่น ที่มีความชื้นเก็บรักษาไม่ดี หรือเก่า ก็ทำให้เราเสี่ยงต่อมะเร็งตับได้ อาหารที่มีไขมันสูงนอกจากทำให้อ้วนแล้วยังทำให้เสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม เป็นต้น นอกจากนี้อาหารก็ยังมีสรรพคุณที่ช่วยป้องกันมะเร็ง ในปัจจุบันพบว่าในอาหารมีสารที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพประมาณสองหมื่นห้าพันชนิด สารอาหารเหล่านั้นสามารถนำมาใช้เป็นสารกึ่งยาได้ แต่ตรงข้ามกับยาทางเภสัชกรรมทั้งหลาย สารอาหารชิ้นใดชิ้นหนึ่งจะมีผลการออกฤทธิ์หลายอย่าง จึงมีความจำเป็ฯที่จะต้องหาตัวชี้วัดทางชีวภาพเพื่อช่วยในการศึกษากระบวนการดูดซึม การย่อยการเผาผลาญอาหาร และ ปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างสารอาหารสำหรับสารอาหารบางชนิดที่มีสรรพคุณบ่งบอกว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น วิตามินดี ถ้ากินมากเกินไปก็อาจเป็นอันตรายได้หรือกรดโฟลิค พบว่าการกินกรดโฟลิค อาจจะมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพ ลดความผิดปกติของระบบประสาทในกระดูกสันหลังและโรคหัวใจและหลอดเลือด แต่ในขณะเดียวกันมันอาจจะเพิ่มการเกิดโรคมะเร็งบางชนิดได้ด้วย ด้วยเหตุนี้การที่มีรายงานว่าอาหารประเภทใดหรือสารอาหารชนิดใดมีประโยชน์ก็ไม่ได้หมายความว่าการกินในปริมาณมาก ๆ ผิดธรรมชาติที่คนทั่วไปกินปกติ จะช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ และอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเกิดมะเร็งที่กล่าวไว้ข้างต้นคือเรื่องของพันธุกรรม พันธุกรรมมีบทบาทสำคัญมากโดยแต่ละบุคคลมีความแตกต่างในความสามารถของการดูดซึมสารอาหารของส่วนประกอบอาหารบางชนิด (ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม) ปัจจุบันนี้เรายอมรับถึงความแตกต่างทางพันธุกรรมต่อระบบการเผาผลาญอาหาร (เมตาบอลิซึม) และการสลายตัวของสารอาหาร เห็นได้จากความแตกต่างระหว่างบุคคลในการสลายตัวและการขับยาเคมีทั้งหลายออกจากร่างกายเป็นต้น


นอกจากนี้เรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษต่าง ๆ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเช่นกัน คนที่อยู๋ในที่ที่มีอากาศไม่บริสุทธิ์ ได้รับสารตะกั่วจากท่อไอเสียรถ อากาศมีฝุ่นละอองสูง หรืออยู่ในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรม ก็เสี่ยงต่อโรคมะเร็งมากกว่าคนที่อยู่ชานเมืองที่มีอากาศที่สะอาด เป็นต้น


ดังนั้นการดูสุขภาพร่างกายของเราให้แข็งแรง ดูแลภาวะโภชนาการให้ดีระวังไม่ให้อ้วน หรือไม่ขาดสารอาหารด้วยการกินอาหารแบบไทย ๆให้ครบ 5 หมู่ กินให้หลากหลายกินอาหารที่เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ระวังไม่ให้เครียด และที่สำคัญต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอเท่านี้ก็จะช่วยให้ลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งลงได้