5 อาการคลั่ง ระบาดในสังคมไทย

จะว่าไปแล้วการชื่นชอบหรือคลั่งไคล้อะไรสักอย่างหนึ่งนั้น นอกจากจะช่วยทำให้เรารู้สึกดีแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียดและจรรโลงจิตใจของเราให้ดีขึ้นได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การหลงใหลได้ปลื้มอะไรสักอย่างก็ต้องอยู่บนความพอดีเช่นกัน เพราะถ้าหมกมุ่นฟุ้งซ่านอยู่กับสิ่งๆ เดียวจนไม่เป็นอันทำงานแล้วละก็ จะกลาย เป็นการเสพติดขึ้นมาทันที คราวนี้แหละ! การอยากได้ อยากมี อยากเป็นเจ้าของ ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้ เราเกิดความเครียดขึ้นมาทันที และเมื่อไม่ได้ดั่งใจขึ้นมา ก็จะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ จนเสียสุขภาพจิตไปกันใหญ่ ฉบับนี้ เราจะพาไปสำรวจอาการคลั่งสุดฮิตที่กำลังระบาดอยู่ในสังคมไทย ซึ่งไม่แน่คุณอาจจะเป็นหนึ่งใน 5 อาการเหล่านี้ก็ได้


คลั่งช้อปปิ้ง
การช้อปปิ้งแบบบ้าคลั่งนี้ ก็เหมือนกับการ เสพติดชนิดหนึ่ง เพราะเมื่อใดที่คุณถือเงินอยู่ในมือ จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อห้างสรรพสินค้าไวมาก เพราะจะรู้ว่าอันไหนลดราคา อันไหนคอลเลคชั่นใหม่ จนบางทีก็ซื้อมาแบบไม่บันยะบันยัง จนทำให้ รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจและใช้เงินเสพความสุข ซึ่งอาการบ้าช้อบปิ้งแบบนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า Onionmania หรือ โรคบ้าซื้อ  เคยมีนักวิจัยท่าน หนึ่งของมหาวิทยาลัย Stanford ในสหรัฐ อเมริกาได้คิดค้นตัวยาที่ช่วยลดอาการ อยากช้อปปิ้ง โดยจะมีตัวยาที่คล้ายกับยาระงับ อาการเครียด Pozac คือมีสาร selective serotonin เพราะในสมองของคนที่มีอาการเครียด มักจะมีสาร serotonin น้อย ซึ่งเป็นสารที่ช่วยบรรเทาอารมณ์ให้ดีขึ้น แต่ก็มีผู้เชี่ยวชาญหลายรายยืนยันว่า การรักษาอย่างได้ผลจริงๆ นั้น ยังไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นการวางแผนในการใช้เงิน และเลี่ยงการใช้บัตรเครดิต เป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่าทำเป็นพวกมือไว เห็นอะไรแล้วรูดบัตร มิเช่นนั้น คุณจะมีหนี้สินก้อนใหญ่แบบไม่รู้ตัว

 

คลั่งผอม
สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการคลั่งผอมจะมาจากดาราและนางแบบที่ปรากฏตัวออกสื่อด้วยรูปลักษณ์ที่ดี จนทำให้หลายคนหันมาหาสารพัดวิธีลดน้ำหนักแบบหักโหม ทั้งการทรมานตัวเองด้วยการลดอาหารและล้วงคอตัวเองเพื่ออาเจียนออกมา ซึ่งทางการแพทย์เรียกโรคนี้ว่า Eating Disorders คือ ความผิดปกติเกี่ยวกับพฤติกรรมการกิน ซึ่งแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ Anorexia Nervosa ผู้ป่วยจะรู้สึกอ้วนตลอดเวลา จึงไม่อยากกินอะไรเลย และ Bulimia Nervosa กลุ่มนี้จะกินเยอะแล้วล้วงคอให้อาเจียน หรือใช้ยาถ่าย ชนิดรุนแรง เพื่อให้สบายใจขึ้น ซึ่งปัจจุบัน 2 โรคนี้ กำลังระบาดหนักในเยาวชนไทย เนื่องจากมีทัศนคติที่ว่าผู้หญิงที่สวยน่ารักจะต้องมีรูปร่างผอมบางเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว อาจจะไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป

 

คลั่งดารา
เคยมีหลายกรณี ที่แฟนคลับชาวไทยไปรอรับศิลปินเกาหลีที่สนามบินกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคนก็อดหลับอดนอนมารอรับกันตั้งแต่ตี 3 พร้อมทั้งส่งเสียงกรี๊ดและเบียดเสียดกันจนเป็นลม ซึ่งกระแสนิยมในลักษณะ แบบนี้ จะมีข้อดี คือ เป็นการให้กำลังใจ ศิลปินที่ตนเองชื่นชอบ แต่ถ้าเกิดอาการคลั่งไคล้มากๆ ก็จะส่งผลเสียทันที อย่างเช่น กรณีที่ไปปักหลัก เฝ้าที่หน้าบ้านพักหรือหอพักของศิลปินตลอด 24 ชั่วโมงและทุกวัน รวมไปถึงขับรถหรือจ้างแท็กซี่ให้ขับรถตามรถของศิลปินไปแบบติดๆ หรือประกบข้าง เพื่อให้สามารถมองเห็นศิลปินที่นั่ง อยู่ในรถ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของศิลปิน ฉะนั้น ถ้าจะให้ดีก็ควรชื่นชอบกันแต่พอดีจะดีกว่า คอยให้กำลังใจแบบห่างๆ อย่างห่วงๆ

 

คลั่งผิวขาว
กระแสนิยมเรื่องความสวยความงามยังคงมาแรงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ ที่หลายคนต่างหาสารพัดวิธีมาประโคมผิวให้ตัวเองขาว เนียน ใส เช่น การขัดผิว การกินและฉีดกลูตาไธโอน รวมไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ชั้นนำและนวัตกรรมการแพทย์
อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก็ได้ออกมาเตือนหลายครั้งว่าอาจจะมีบางผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัย 100 % อย่างกรณีของวัยรุ่นเพชรบุรีที่ไปซื้อเครื่องสำอางมาจากตลาดนัด แล้วเกิดผลข้างเคียงเป็นจ้ำเลือดจนน่อง ลาย และบางคนเกิดอาการผื่นแพ้คันที่บริเวณขา เนื่องจากพบว่า มีการผสมสารสเตียรอยด์และ สารต้องห้ามหลายชนิด ดังนั้น ใครที่มีอาการคลั่งไคล้ อยากมีผิวขาวออร่า ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้รับมาตรฐานการันตี

 

คลั่งความรุนแรง
พฤติกรรมคลั่งความรุนแรง ส่วนใหญ่มักเกิดมาจากบุคลิกภายในที่มีนิสัยชื่นชอบความรุนแรง และความโกรธแค้นส่วนตัวอยู่แล้ว หรือบางทีอาจเกิดจากอิทธิพลที่มาจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดความรุนแรง เช่น โทรทัศน์ เกมส์ และสื่อต่างๆ ซึ่งเป็นที่น่าตกใจว่า พฤติกรรมแบบนี้ได้ขยายวงกว้าง ไปสู่เด็กมากขึ้น จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เมื่อเด็กชายวัย 8 ปีชาวสหรัฐ ได้ยิงสังหารย่าตัวเอง ในบ้าน หลังจากเล่นเกมส์ "Grand Theft Auto IV" นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากชิคาโกว่ามีน้องชาย วัย 16 ปีก่อเหตุฆาตกรรมพี่ชายของตัวเอง วัย 17 ปี ที่ทำคะแนนในเกม Flappy Bird รวมทั้ง ยังมีพฤติกรรมความรุนแรงอีกหลายรูปแบบที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เช่น การฆ่าคู่สามีหรือภรรยา การแก้แค้นระหว่างสถาบัน รวมไปถึงความรุนแรงในเรื่องแนวคิดและทัศนคติที่ไม่ตรงกันทางการเมือง ซึ่งวิธีที่ดีที่สุด คือ ควรใช้สติในการแก้ไขปัญหาทุกครั้ง


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน