ลูกชิ้นปิ้งกับสารกันบูด

 ลูกชิ้นปิ้งอาหารทานเล่นฮอตฮิต ที่คนไทยหาซื้อได้ทุกหัวระแหง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะตรอก ซอก ซอยใด ก็หาลูกชิ้นปิ้งทานได้ตามรถเข็นแทบจะ 24 ชั่วโมง

ลูกชิ้นมีหลายชนิด ทั้งลูกชิ้นหมู เนื้อ ปลา กุ้ง หมึก และลูกชิ้นสาหร่าย และนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายแบบ เช่น นำมาปิ้ง ทอด ย่าง อบ ราดน้ำจิ้มแล้วทานกับผักสด หรือนึ่งแล้วนำมาทำเป็นยำลูกชิ้น หรือใช้เป็นเครื่องสำหรับทำก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยไม่แพ้กัน ทว่าวันนี้ ลูกชิ้นที่คนไทยชื่นชอบกันนั้นอาจมีสิ่งที่เราไม่ต้องการแฝงมาด้วย

สิ่งที่ว่าคือ “สารกันบูด” คงอาจเป็นเพราะลูกชิ้นเป็นอาหารยอดนิยมและเป็นอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ที่อาจเน่าเสียได้ง่ายซึ่งต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเท่านั้น ทำให้ผู้ผลิตบางรายจึงใส่สารกันบูดลงในลูกชิ้นเพื่อให้สามารถยืดอายุของลูกชิ้นสดให้เก็บไว้ขายได้นานๆ

สารกันบูดที่ผู้ผลิตใส่ในลูกชิ้นมีทั้ง กรดเบนโซอิก กรดซอร์บิก โดยเฉพาะกรดเบนโซอิกและเกลือเบนโซเอตเป็นสารกันบูดชนิดที่ใช้กันมาก ราคาถูก หาง่าย และมีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคและเชื้อที่ทำให้อาหารเน่าเสียได้หลายชนิด ซึ่งทำให้เก็บลูกชิ้นไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสีย ไม่มีเมือก ไม่มีกลิ่นเหม็น

แม้ว่ากรดเบนโซอิกจะเป็นสารกันบูดที่ค่อนข้างปลอดภัยต่อผู้บริโภค หากได้รับวันละไม่เกิน 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน จากการทานอาหาร ร่างกายของคนปกติทั่วไปจะยอมรับได้ คือ ตับและไตจะสามารถกำจัดสารชนิดนี้ออกจากร่างกายทางปัสสาวะ แต่ ถ้าได้รับเกินกว่า 5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวันทุกวัน

ตับและไตจะต้องรับภาระหนักในการกำจัดสารออกจากร่างกายทุกวัน นานเข้าจะสะสมในร่างกาย พร้อมกับประสิทธิภาพของตับและไตจะลดลงด้วย ทำให้เจ็บป่วยและอาจเป็นโรคเกี่ยวกับไตได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ