สุดยอดอาหาร กินอย่างไรก็ไม่อ้วน

 สุดยอดอาหาร กินอย่างไรก็ไม่อ้วน
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก สิ่งที่สร้างความทรมานอย่างยิ่งก็คือ "ความหิว" ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากน้ำตาลในเลือดลดลง ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนไปกระตุ้นกระเพาะอาหารให้เกิดการเกร็งตัว และเกิดอาการหิว ปวดท้อง แสบท้องตามมา ถ้าขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป แม้ว่าคุณจะลดน้ำหนักได้ตามต้องการ แต่สิ่งที่จะตามมาก็คือสุขภาพที่เสื่อมโทรมและโรคกระเพาะอาหารถามหา
ดังนั้นเมื่อรู้สึกหิวก็ต้องหาอะไรรับประทาน แต่จะเป็นอาหารประเภทไหนถึงจะไม่กระทบต่อโปรแกรมลดน้ำหนักของคุณ โภชนากรซูซาน โบเวอร์แมน ที่ปรึกษาของเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด แนะ นำว่า สิ่งสำคัญที่จะไม่ทำให้โปรแกรมลดน้ำหนักที่คุณสู้อุตส่าห์เสาะหามาพังลงก็คือ อย่าปล่อยให้ท้องหิว ซึ่งการเลือกกินอาหารที่ทำให้อิ่มท้องและมีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด และ 7 สุดยอดอาหารที่อยากจะแนะนำให้กับผู้ที่กำลังไดเอตก็คือ
1. อาหารจำพวกปลา : ปลา เป็นอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน และมีคุณสมบัติเด่นในการบำบัดความหิวได้ดีกว่าไขมันและคาร์โบไฮเดรต ปลาส่วนใหญ่มีไขมันน้อยกว่าเนื้อวัว หมู เป็ด หรือไก่ และให้ปริมาณโปรตีนมากกว่าการบริโภคแต่ละครั้ง ปลาสดที่นำมาอบหรือปิ้งให้คุณค่าทางอาหารและอร่อยเป็นเลิศ แต่สำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัดไม่ควรมองข้ามอาหารจำพวกปลาแซลมอนและทูน่ากระป๋อง หรืออาจเลือกใช้เนื้อปลาแล่เป็นชิ้น กุ้ง และหอยแช่แข็ง นำมาประกอบอาหารได้สะดวกและรวดเร็ว
2. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ : ผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงจะใช้เวลาในการย่อยนาน และเบอร์รี่คือหนึ่งในผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงสุด ผลราสพ์เบอร์รี่ปริมาณ 1 ถ้วยมีไฟเบอร์ 8 กรัม สูงกว่าปริมาณไฟเบอร์ในผลแอปเปิลถึง 2 เท่า และให้แคลอรีเพียง 65 แคลอรี ปัจจุบันมีผลเบอร์รี่แบบแช่แข็ง สะดวกสำหรับนำมาปั่นลงในเครื่องดื่มประเภทโปรตีนเชค และสามารถนำเบอร์รี่แช่แข็งมาละลายน้ำแข็งเล็กน้อย แล้วนำมาใช้แต่งหน้าโยเกิร์ต หรือประดับบนเนยแข็งคอตเทจในเมนูอาหารหรือของว่างที่ให้ความรู้สึกอิ่ม
3. บร็อกโคลิ : บร็อกโคลิเป็นผักที่จัดอยู่ในกลุ่มผักที่มีไฟเบอร์สูงสุด บร็อกโคลิที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และผ่านการปรุงสุกแล้วจำนวน 1 ถ้วย ให้ไฟเบอร์ที่ช่วยให้อิ่มได้ถึง 6 กรัม ขณะที่ให้แคลอรีเพียง 50 แคลอรี
4. ถั่วดำ : ถั่วดำปริมาณครึ่งถ้วยจะให้โปรตีนและไฟเบอร์ถึง 8 กรัม ขณะที่ถั่วขาว ถั่วปิ่นโตซึ่งมีลายขาวแดง และถั่วแดงหลวง มีปริมาณโปรตีนและไฟเบอร์ตามมาติดๆ เป็นอันดับ 2 เมื่อผสมถั่วในสลัด ซุป หรือพาสต้าจะทำให้อาหารอร่อยขึ้น และแน่นอนว่าจะต้องพ่วงความรู้สึกอิ่มตามมาด้วย
5. ควินัว (Quinoa) : ควินัว เป็น พืชที่โดดเด่นกว่าธัญพืชชนิดอื่น เพราะมีโปรตีนสูงกว่า 8 กรัมต่อ 1 ถ้วย และยังปรุงสุกได้รวดเร็วภายในเวลาเพียง 15 นาที ต่างจากข้าวบาร์เลย์และข้าวกล้องที่ใช้เวลาในการปรุงนานกว่า สามารถนำควินัวมาปรุงเป็นอาหารในรูปของเครื่องเคียง หรือนำมาใช้เป็นส่วนผสมของสลัดซึ่งเป็นเมนูจานหลัก ร่วมด้วยผักหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ชนิดต่างๆ ร่วมกับไก่ย่างฉีกเป็นชิ้นย่อมๆ
6. โยเกิร์ตกรีกไร้ไขมัน : ผลิตภัณฑ์นมไร้ไขมันส่วนใหญ่เป็นแหล่งอาหารโปรตีนสูง แต่โยเกิร์ตกรuกมีปริมาณโปรตีนสูงกว่าและเข้มข้นมาก กว่าโยเกิร์ตกรีกไร้ไขมัน 1 กล่อง ให้โปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตธรรมดาเกือบ 2 เท่า หรือเท่ากับ 15 กรัม การรับประ ทานโยเกิร์ตกรีกไร้ไขมันเป็นอาหารว่าง นอกจากจะให้โปรตีนที่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องแล้วเรายังไม่ต้องพึ่งพาของว่างอื่นๆ ในยามเย็นอีกด้วย
7. ซุปผัก : ซุปผักเป็นอาหารที่ให้แคลอรีต่ำและมีน้ำในปริมาณมาก จึงให้ความรู้สึกอิ่มท้องอย่างเต็มที่การเริ่มมื้ออาหารด้วยซุป 1 ถ้วย หรือ 1 ชามเล็ก จะทำให้รับประทานอาหารจานหลักในปริมาณที่ลดลง นอกจากนี้ซุปผักรสเลิศ 1 ถ้วย ก็เป็นอาหารว่างง่ายๆ แต่ให้คุณค่าทางโภชนา การชั้นเลิศ ซึ่งจะช่วยสร้างสีสันและความรื่นรมย์ในยามบ่ายได้อย่างดีทีเดียว

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ