สุขภาพดี รับปีใหม่ (ตอน 1)

ในช่วงปีใหม่นี้ ทุกคนคงต้องการให้มีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ทำให้นึกถึงคำกล่าวที่ว่า "ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" เพราะการมีสุขภาพดีนั้นมีคุณค่าเสมอ ฉะนั้นก่อนเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ปีถัดไปเราหันมาดูแลสุขภาพกันเถอะครับ

สุขภาพดีอยู่แค่เอื้อม

1. เลือกกินอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ สะอาด ปลอดภัย ครบ5 หมู่ คือ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ คาร์โบไฮเดรตจากข้าว แป้ง น้ำตาลวิตามินจากผัก แร่ธาตุจากผลไม้ รวมทั้งไขมันจากพืชและสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสม ครบถ้วน หากกินได้อย่างนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาบำรุงหรืออาหารเสริมแต่อย่างใด ตลอดจนหลีกเลี่ยงอาหารที่มันมากๆ หรือหวานจัด นอกจากนี้สุขอนามัยการกินที่ดี อย่างไม่กินปลาดิบหรือเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก ล้างผักสด ผลไม้ มือ และภาชนะให้สะอาดก่อนกินอาหารเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากพยาธิ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไนเตรทสูง โดยเฉพาะอาหารโปรตีนที่ใช้ดินประสิวเป็นสารปรุงแต่ง เช่น แหนม ไส้กรอก ปลาร้า เพื่อป้องกันโรคมะเร็งตับหากปฏิบัติตามนี้จะช่วยให้การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายเป็นปกติและเต็มประสิทธิภาพ น้ำหนักตัวไม่เกิน อีกทั้งป้องกันโรคได้ซึ่งถ้าเจ็บป่วยขึ้นมา ร่างกายก็จะไม่ทรุดหนักและสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนทั่วไป

2. ออกกำลังกาย ยิ่งมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นระบบการเผาผลาญร่างกายยิ่งลดลง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีประโยชน์มากมายทั้งการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ

2.1 เริ่มด้วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ความดันโลหิต เบาหวาน ไขมันชนิด แอลดีแอล(LDL)ซึ่งเป็นไขมันที่ไม่ดี และเพิ่มเอชดีแอล(HDL)ซึ่งเป็นไขมันที่ดี

2.2 เพิ่มมวลกระดูก ทำให้กระดูกแข็งแรงป้องกันกระดูกพรุนและกระดูกหัก

2.3 ช่วยการทำงานของระบบทางเดินอาหาร รวมทั้งระบบต่างๆในร่างกายให้ทำหน้าที่ได้อย่างดี และยังช่วยเพิ่ม/data/content/26953/cms/e_acdikuxz1349.jpgภูมิต้านทานโรคด้วย

2.4 ทำให้ร่างกายคล่องแคล่ว การทรงตัวดีขึ้น แถมยังช่วยชะลอความแก่และเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

2.5 สุขภาพจิตดี ถ้าออกกำลังต่อเนื่องนานพอสมควรประมาณ20 นาทีขึ้นไป สมองจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารเอ็นโดฟินออกมาทำให้รู้สึกสดชื่นสบายเนื้อสบายตัว อารมณ์ดี สมาธิดี หลับได้ดีขึ้นสุดท้ายอาจป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย

ผลดีเหล่านี้จะอยู่ตลอดถ้าเรายังออกกำลังกาย และจะหมดไปในระยะเวลาอันสั้นเมื่อหยุดฉะนั้นควรออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วันๆ ละ 30 นาที โดยเลือกออกกำลังหรือเล่นกีฬาที่ชอบ แต่ถ้าเป็นผู้สูงอายุก็เลือกให้เหมาะกับวัย เช่น เดินเร็วรำมวยจีน รำไทเก๊ก ที่สำคัญ ทุกครั้งก่อนออกกำลังกายต้องอบอุ่นร่างกาย(วอร์มอัพ)ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ นอกจากได้กล้ามเนื้อแขนและขามีความยืดหยุ่นแล้ว ยังปรับอุณหภูมิภายในร่างกายไปด้วย


ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการ โดย ผศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล รพ.ศิริราช